อังกฤษ ปาดเหงื่อแซง เดนมาร์ก 2-1 เข้าชิงหนแรก

อังกฤษ ปาดเหงื่อแซง เดนมาร์ก 2-1 เข้าชิงหนแรก

ทีมชาติอังกฤษ (สิงโตคำราม)

ทีมชาติเดนมาร์ก (นมโค)

            ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่ 2 เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องการคว้าชัยชนะนัดนี้เพื่อเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยแรก กับ ทีมชาติเดนมาร์ก ที่ต้องการสร้างเทพนิยายเดนอีกครั้ง หลังจากเคยทำได้เมื่อปี 1992 ขณะที่ในเรื่องผังการเล่น สิงโตคำรามใช้แผน 4-2-3-1 ส่วนขุนพลนมโค วางระบบ 3-4-3 เหมือนเดิม

            ในช่วงต้นเกม ทีมชาติอังกฤษ ยืนดักบอลได้ดี จนคู่แข่งแกะเพรสด้วยบอลตามช่องไม่ออก ทำให้ต้องวางยาวจากกลางสนาม แต่ก็ติดแนวรับสิงโตคำราม นั่นจึงทำให้พวกเขาสามารถเก็บบอล แล้วบุกได้ถึงแดนสุดท้าย แต่กระนั้นต้องชมแนวรับขุนพลนมโคด้วย ที่ยืนตำแหน่งและซ้อนกันได้ดี กระทั่งเกมผ่านไป 15 นาที ทีมชาติเดนมาร์ก ตั้งเกมของตัวเองได้ด้วยการเข้าหาบอลเร็ว พร้อมกับวิ่งเพรสซิ่งให้บอลส่งคืนไปถึง พิคฟอร์ด ซึ่งตรงจุดนี้มักทำให้พวกเขาได้บอล เพราะนายทวารจากเอฟเวอร์ตัน มักออกบอลเสียตลอด ส่วนในยามที่ขุนพลนมโคได้บอล พวกเขาก็จะมีการเข้าทำที่น้อยจังหวะ แต่กระนั้นในหลายๆครั้งเมื่อบอลถึงแดนสุดท้าย กลายเป็นพวกเขาต้องเล่นมากจังหวะ เพราะแนวรับของสิงโตคำราม ยืนป้องกันได้หนาแน่นจริงๆ

ประตูขึ้นนำ 0-1 ของทีมชาติเดนมาร์ก มาจากลูกฟรีคลิก โดยน้ำหนักของลูกดี แต่ทิศทางไม่ค่อยดีเพราะเลยจากกลางประตูมานิดเดียว ส่วน พิคฟอร์ด จัดว่าพลาด เพราะปฏิกิริยาเชื่องช้าเกินไป แต่กระนั้นหลังได้ประตู ขุนพลนมโคเสียสมาธิ กับการเปิดพื้นที่ให้แนวรุกของทีมชาติอังกฤษ ได้ต่อบอลและแทงบอลอย่างสบาย จนมาโดนลูกตีเสมอ อังกฤษ ปาดเหงื่อแซง เดนมาร์ก 2-1 เข้าชิงหนแรก

ครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีม แลกกันคนละหมัด โดยทีมชาติอังกฤษ ยังบุกในแนวทางเดิม แต่แนวรับของคู่แข่งยังยืนตำแหน่งและช่วยกันซ้อนได้ดี ส่วนทางฝั่ง ทีมชาติเดนมาร์ก แม้ว่าจะบุกแบบน้อยจังหวะเพื่อไม่ให้ช่องปิด แต่สุดท้ายก็มาติดแนวรับของคู่แข่งที่สงวนพื้นที่ในรอบเขตโทษแบบเบ็ดเด็ดขาด จากนั้นการแก้เกมของฮยูลมันด์ ที่เปลี่ยนแนวรุกลงมา 3 คน ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของเกมนี้ เพราะตั้งแต่บัดนั้นการขึ้นเกมของ ทีมชาติเดนมาร์ก ก็ตายตั้งแต่กลางสนาม แล้วในขณะเดียวกันก็ได้แต่ตั้งรับจนจบ 90 นาที

ช่วงต่อเวลาไม่ต่างกับ 20 นาทีสุดท้าย ในเวลาปกติ เพราะทีมชาติอังกฤษ ลุยแหลกเหมือนเดิม เหลือแค่จะทำได้หรือไม่ กระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานก็มาได้ลูกจุดโทษแบบน่ากังขา ไล่ตั้งแต่ มีบอลเข้ามาในสนาม ตัวประกบข้างหลังไม่ได้ขัดขาและตัวประกบด้านข้างไม่ได้ดึง หรือกระแทรกจากด้านหลัง สุดท้ายผู้ตัดสินก็ยืนยันคำเดิมโดยไม่ไปดู VAR ส่วนการยิงนั้นไม่ดี แต่จังหวะเป็นใจที่ แคสเปอร์ ปัด แล้วมันย้อนกลับมาให้ เคน ได้ซ้ำ ทีมชาติอังกฤษ จึงแซงนำ 2-1 แล้วจบเกมด้วยสกอร์นี้

บทสรุปจากเกม ทีมชาติอังกฤษ มีแนวรับที่ยืนกันได้ดี แต่ผู้รักษาประตูอย่าง ฟิคฟอร์ด วันนี้พลาดเยอะมาก ยังดีที่คู่แข่งลงโทษไม่ได้ ส่วนแนวรุกวันนี้พยายามนวดด้วยขึงและจ่ายแทงแบบรัวๆ แต่ก็เผด็จศึกไม่ลง เว้นเสียแต่คู่แข่งพลาดให้ แล้วพวกเขาสามารถช่วงชิงมาได้ 1 ประตู ในเวลาปกติ ขณะที่ทีมชาติเดนมาร์ก ผู้รักษาประตูกับกองหลัง ต้องได้รับคำชม เพราะสามารถเก็บกวาดเกมรุกคู่แข่งได้ทั้งหมด ยกเว้นจังหวะที่เสียสมาธิจนเสียประตู ส่วนเกมรุกก็สามารถกดดันคู่แข่งได้ดี กระทั่งการเปลี่ยนตัวออก 3 คนรวด ก็มีผลให้การขึ้นเกมทำไม่ได้อีกเลย จนท้ายที่สุดต้องอุดเพื่อยื้อไปถึงให้ถึงช่วงจุดโทษ แต่มันก็ไม่ถึง เพราะดันมาเสียประตูจากจุดโทษเสียก่อน

#อังกฤษ ปาดเหงื่อแซง เดนมาร์ก 2-1 เข้าชิงหนแรก